คนประเภทไหน ที่ใช้ประกันรถยนต์เปิดปิดแล้วไม่คุ้ม
โดย ชลิต บวรเนาวรักษ์ | วันที่ 22 ก.ย. 2026
เวลาอ่าน 6 นาที | ผู้เข้าชม 10 ครั้ง
กระแสของประกันรถยนต์เปิดปิดในยุคนี้ ต้องยอมรับว่ามาแรงแซงทางโค้งจริง ๆ เพราะใคร ๆ ก็บอกว่า “ขับเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้ตั้งเยอะ ทว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ แม้ว่าประกันรถยนต์แบบเปิดปิดจะฟังดูดี และตอบโจทย์คนยุคใหม่ขนาดไหน แต่มันก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทุกคน
ถ้าคุณเลือกใช้ประกันเปิดปิดโดยไม่ได้ประเมินพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเองให้ดี จากที่จะได้เซฟเงิน อาจกลายเป็นเสียเงินซ้ำซ้อนและปวดหัวกว่าเดิม วันนี้คุ้มค่า จะพาเจาะลึกแบบตรงไปตรงมาว่าคนประเภทไหนที่ใช้และ “ไม่รอด” และอาจต้องร้องหน้าหงายว่าไม่คุ้มอย่างที่คิด
1. คนขี้ลืม ที่มักลืมกดเปิด-ปิดแอป
ถ้าคุณเป็นคนที่เดินออกจากบ้านแล้วต้องกลับไปเช็คว่าล็อกประตูหรือยัง หรือลืมเปิดไฟเลี้ยวบ่อย ๆ บอกเลยว่าคุณอาจจะไม่รอดกับระบบนี้ เพราะหัวใจสำคัญของประกันเปิดปิดคือความใส่ใจและวินัยในการใช้งาน แม้ในปัจจุบันหลายค่ายจะมีอุปกรณ์อัจฉริยะอย่าง TVI Connect ของประกันเปิดปิด ไทยวิวัฒน์ หรือระบบบลูทูธที่ช่วยเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อสตาร์ทรถ แต่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีก็มีวันสะดุด หรือบางครั้งคุณอาจจะเผลอไปปิดบลูทูธในมือถือทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัว
ความเสี่ยงที่สายลืมต้องเจอ
- ขับรถไปชนแต่ประกันไม่คุ้มครอง: ลองจินตนาการว่าคุณกำลังรีบไปทำงาน แล้วลืมเช็คว่าแอปพลิเคชันเชื่อมต่ออยู่ไหม เกิดอุบัติเหตุโครมใหญ่ขึ้นมาปรากฏว่าสถานะประกันคือ “ปิด” อยู่ งานนี้บอกเลยว่าต้องควักกระเป๋าจ่ายเองเต็ม ๆ
- ชั่วโมงประกันหมดกลางทาง: หลายคนซื้อแพ็กเก็จแบบจำกัดชั่วโมงไว้ แล้วขับเพลินจนชั่วโมงหมดสะสมไปเรื่อย ๆ พอเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา เพิ่งรู้ตัวว่าเหลือ 0 นาที แบบนี้ต่อให้ทำประกันรถชั้น 1 ไว้ก็ช่วยอะไรไม่ได้
พร้อมที่จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์หรือยัง?
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ
2. ขับทุกวัน เดินทางไกลบ่อย แต่อยากประหยัด
หลายคนตั้งคำถามว่าประกันเปิดปิด ดีไหม คำตอบคือ “ดีมาก” แต่ต้องไม่ใช่กับคนที่ใช้รถเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวัน ประเภทที่ว่าตื่นเช้ามาต้องสตาร์ทรถไปส่งลูก แวะซื้อกาแฟ ขับไปทำงาน ตอนเย็นฝ่ารถติด 2 ชั่วโมงกลับบ้าน ฯลฯ ถ้าคุณมีพฤติกรรมการใช้รถดุเดือดขนาดนี้ การพยายามฝืนมาใช้ประกันรถยนต์เปิดปิดเพื่อหวังลดค่าใช้จ่าย อาจกลายเป็นผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ทำไมสายขับเยอะถึงไม่คุ้ม?
หากคุณเลือกใช้ประกันประเภทนี้ คุณจะต้องคอยเติมชั่วโมงหรือจ่ายเบี้ยเพิ่มตามระยะเวลาที่วิ่งจริง ถ้าลองคำนวณเล่น ๆ ว่าในหนึ่งวันคุณอยู่บนถนนเฉลี่ย 3-4 ชั่วโมง (รวมเวลารถติด) 1 เดือนคุณจะใช้ไปราว ๆ 90-120 ชั่วโมง เมื่อนำค่าใช้จ่ายในการเติมชั่วโมงมารวมกันตลอดทั้งปี หากลองเปรียบเทียบประกันรถยนต์ทั้งสองระบบดูแล้ว เผลอ ๆ มูลค่ารวมของแบบเปิดปิดอาจพุ่งสูงกว่าเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 แบบเหมาจ่ายรายปีแบบเดิมเสียอีก
3. ไม่ชอบความจุกจิก อยากจ่ายครั้งเดียวจบ
สำหรับกลุ่มคนที่ไม่ชอบเทคโนโลยี หรือเกลียดการที่ต้องมีแอปพลิเคชันบนมือถือเพิ่มขึ้น ประกันรูปแบบนี้อาจกลายเป็น “ยาขม” ในชีวิตทันที เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่การสมัคร การเช็คชั่วโมง การแจ้งเคลม ไปจนถึงการต่ออายุ ล้วนทำผ่านระบบดิจิทัลแทบทั้งสิ้น หากคุณเป็นคนที่ชอบความง่าย ๆ สไตล์ดั้งเดิม ซื้อประกันปุ๊บได้กรมธรรม์มาเก็บไว้ในลิ้นชักหน้ารถ แล้วขับยาว ๆ ไปเลย 1 ปี โดยไม่ต้องสนใจอะไรอีก การเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้จะสร้างความรำคาญใจให้คุณอย่างแน่นอน

เปรียบเทียบประกันรถแบบดั้งเดิม vs. ประกันรถแบบเปิดปิด
- ประกันแบบดั้งเดิม: จ่ายเงินก้อนครั้งเดียวคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ไม่ว่าจะขับไปไหน เวลาไหน ไม่ต้องคิดเยอะ
- ประกันแบบเปิดปิด: ต้องคอยตรวจสอบยอดเงิน คอยดูวันหมดอายุของแพ็กเก็จหลัก และต้องคอยอัปเดตแอปพลิเคชันอยู่เสมอเพื่อให้ระบบเสถียร
อยากลองใช้ แล้วประกันเปิดปิด มีที่ไหนบ้าง?
ถ้าคุณมั่นใจว่าไม่ใช่สายลืม รถไม่ค่อยได้ขับ เดือนหนึ่งใช้ไม่กี่ครั้ง และอยากจะลองเปิดใจใช้ประกันรถยนต์เปิดปิดดูบ้าง คำถามต่อมาคือปัจจุบันมีเจ้าไหนในตลาดที่น่าสนใจและน่าเชื่อถือบ้าง? แน่นอนว่าบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ต่างพากันกระโดดลงมาเล่นในตลาดนี้กันอย่างคึกคัก ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายและแข่งขันกันด้านโปรโมชั่นอย่างดุเดือด
แนะนำค่ายยักษ์ใหญ่ในตลาดประกันเปิดปิด
- ประกันเปิดปิด วิริยะ: โดดเด่นเรื่องความมั่นคง และเครือข่ายอู่ซ่อมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความอุ่นใจเรื่องงานเคลมที่เป็นมาตรฐานอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย
- ประกันเปิดปิด ไทยวิวัฒน์: ถือเป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีนี้ มีนวัตกรรมใหม่ออกมาตอบโจทย์ตลอดเวลา เช่น อุปกรณ์เปิด-ปิดอัตโนมัติ และแอปพลิเคชันที่เสถียร ใช้งานง่าย
นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัทได้เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมพลิกโฉมอุตสาหกรรมประกันภัยรถยนต์ประเทศไทยอีกครั้ง กับการนำเสนอกรมธรรม์ ‘ประกันรถเปิดปิด’ แบบคุ้มครองนานถึง 2 ปี ซึ่งช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดค่าเบี้ยประกันสูงถึง 80% เมื่อเทียบจากประกันรถแบบรายปีทั่วไป ตอกย้ำความมุ่งมั่นเรื่องความคุ้มค่าทุกวินาที คุ้มครองครบ 24 ชั่วโมง” (ที่มา: ไทยวิวัฒน์ เปิดตัว “ประกันรถเปิดปิด” คุ้มครองนาน 2 ปี ประหยัดเบี้ย 80%)
สุดท้ายนี้ ไม่มีประกันภัยรูปแบบไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน มีเพียงประกันที่ “ใช่ที่สุด” สำหรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณเท่านั้น ประกันรถยนต์เปิดปิดถือเป็นนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยม และช่วยประหยัดเงินได้จริง ๆ แต่ถ้าคุณสำรวจตัวเองแล้วพบว่ามีพฤติกรรมตรงกับ 3 ข้อแรกที่กล่าวไป การเลือกใช้ประกันภัยรถยนต์แบบเหมาจ่ายรายปีแบบเดิม น่าจะเป็นทางเลือกที่สร้างความสบายใจ และคุ้มค่าเงินในกระเป๋ามากกว่า
คำจำกัดความ
| พะวง | อาการกังวล ห่วงใย หรือคำนึงถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ตลอดเวลาจนทำให้ไม่มีสมาธิหรือทำอะไรได้ไม่เต็มที่ |
| ผู้บุกเบิก | บุคคล กลุ่มคน หรือหน่วยงานที่เป็นคนแรกหรือกลุ่มแรกที่ริเริ่ม ทำสิ่งใหม่ๆ ค้นคว้าวิจัย บุกเบิกเส้นทาง |
| นวัตกรรม | การนำความรู้หรือความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาต่อยอดเป็นสิ่งใหม่ |
บทความที่น่าสนใจ
เพราะเรารู้ว่าคุณรู้สึกสับสนและมึนหัวเพียงใด ในตอนที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่